รีวิวหนัง PK

เรื่องย่อหนัง

After the phenomenal success of 3 Idiots, Vinod Chopra Films and Rajkumar Hirani Films this time in association with UTV Motion Pictures present the most awaited film of the year, PK. A stranger in the city asks questions no one has asked before. Known only by his initials, PK’s innocent questions and childlike curiosity will take him on a journey of love, laughter and letting-go. The films stars Aamir Khan, Anushka Sharma, Boman Irani, Saurabh Shukla, Sushant Singh Rajput and Sanjay Dutt and is due to release on December 19th, 2014.
P. K. is a comedy of ideas about a stranger in the city, who asks questions that no one has asked before. They are innocent, child-like questions, but they bring about catastrophic answers. People who are set in their ways for generations, are forced to reappraise their world when they see it from PK’s innocent eyes. In the process PK makes loyal friends and powerful foes. Mends broken lives and angers the establishment. P. K.’s childlike curiosity transforms into a spiritual odyssey for him and millions of others. The film is an ambitious and uniquely original exploration of complex philosophies. It is also a simple and humane tale of love, laughter and letting-go. Finally, it is a moving saga about a friendship between strangers from worlds apart.

วิภาควิจารณ์ หนัง

PK (Rajkumar Hirani / India / 2014)
 
เป็นหนังโรแมนติกคอเมดี้ที่สนุกสนานสุดๆที่สุดในชีวิต  พวกเรามิได้ถูกใจเนื้อหานิดๆหน่อยๆไปเสียหมดแม้กระนั้นเนื่องจากว่าพวกเรามิได้ดูหนังประเทศอินเดียเป็นประจำทั้งหมดทุกอย่างที่มองคลิเชเก้ๆกังๆมันก็เลยสำเร็จรวมทั้งเปลี่ยนเป็นเสน่ห์ของหนังหัวข้อนี้ไปเลย  นอกเหนือจากความเป็นหนังรักโรแมนติกรวมทั้งความตลกขบขันตลกขบขันที่แข็งแรงไหลลื่นอยู่แล้วส่วนนี้มันยังซัพพอร์ตหัวข้อที่กอดรัดกับพล็อต  ผู้แสดง  และก็ Execution เหตุการณ์ต่างๆเอาไว้ได้อย่างแน่นแฟ้นและก็แม่นตั้งแต่ต้นจนกระทั่งจบ  สิ่งจำเป็นเป็นจะต้องพกความหลักแหลมเอาชีวิตรอดไว้รอรักษาตัว  พอเพียงเล่าใจความสำคัญที่จัดว่าซีเรียสหวั่นไหวในสังคมอินเดียของคนทำเองก็จะต้องอาศัยเรื่องราวรักโรแมนติกคอเมดี้ที่บรรเทาและก็เบิกบานเพื่อรอมชอมการแสดงออกทางความนึกคิดที่ขัดกับความเชื่อถือทางศาสนาแล้วก็อำนาจการปกคลุมงำแนวความคิดเริ่มแรก  ละลายท่วงท่าขัดขืนให้เปลี่ยนเป็นการพูดจาด้วยภาษาพาทีและก็ความไม่รู้อีโหน่อีเหน่ของนักแสดงเข้ากล่อมอย่างเห็นผลกระทั่งสามารถยิงตรงเป้าเข้าเรื่องอย่างครบถ้วน  ฉลาดหลักแหลมๆสำหรับเพื่อการผูกปมปัญหาที่มาของเรื่องรวมทั้งแก้มัดคลี่คลายปัญหาหาทางทอดประพรมแดงปูทางลงเดินได้อย่างเก่งกล้า  ไกลห่างจากการม้วนเสื่อจบกล้วยๆดังที่เคยมองเห็นในหนังกระแสหลักที่เล่นหัวข้อหวั่นไหวแล้วชอบลอมชอมออมแอบทัศนคติที่เอาจริงเอาจังต่อสังคมเอาไว้ทำให้แสดงออกมาได้เพียงแค่ผิวเผินหรือจะต้องนั่งขบคิดจนกระทั่งสมองเต่งถึงจะได้มาซึ่งสาส์นคำตอบ  หนังหัวข้อนี้มีทั้งยังการชี้แจงและก็แสดงให้รู้เรื่องรวมทั้งเข้าถึงด้วยการใช้ความรักความข้องเกี่ยวของนักแสดงที่ผู้ชมพร้อมจะเอาใจช่วย  ขนาดที่ทำให้ผู้ชมที่มีความเชื่อในศาสนาและก็พระผู้เป็นเจ้าอย่างเคร่งครัดเคลิ้มคล้อยลอยตามข้อมูลซึ่งสามารถปลดล็อกแนวความคิดความศรัทธาแล้วก็ศาสนาเดิมเพิ่มช่องว่างให้มุมมองใหม่ที่ไม่เคยยอมรับได้ในแบบย่อยง่ายสบายสมองสุดๆ แถมเส้นเรื่องความเกี่ยวข้องความรักโรแมนติกที่ผสมความดราม่าอยู่นิดๆก็เรียกน้ำตาแล้วก็รอยยิ้มจากความเห็นอกเห็นใจและก็จับใจเจริญ
 
การเล่าเรียนของดารานำชายมนุษย์ดาวอื่นในเรื่องสะท้อนการเจริญเติบโตของผู้คนได้อย่างแนบเนียน  ถึงรูปพรรณสัณฐานเกือบจะเช่นเดียวกันแต่ว่าบนโลกมนุษย์ก็ไม่ราวกับดาวของเขาซึ่งตรงนั้นผู้คนไม่สวมเสื้อผ้า  ไม่มีภาษา  ไม่มีชื่อ  ติดต่อกันด้วยการอ่านความนึกคิด  แล้วเพียงพอมาอยู่บนโลกมนุษย์เขาก็ไม่มีความแตกต่างจากกำพร้าทารกที่ไม่มีพ่อมีแม่รอชุบเลี้ยง  บอกสอนป้อนข้าวป้อนเงิน  ชี้แนะปลูกฝังความศรัทธา  ทัศนคติแล้วก็อุดมการณ์สำหรับการดำรงชีพ  วิทยุทรานซิสเตอร์ที่บังเอิญได้มาแทนสร้อยจักจี้รีโมทเรียกยานกลับดาวก็เลยเทียบเป็นเสมือนบิดามารดาและก็เพื่อนพ้องคนแรก  Culture  Shock ที่เผชิญทำให้มนุษย์ดาวอื่นจะต้องศึกษาอะไรใหม่ทั้งหมดทุกอย่าง  ตั้งข้อซักถามรวมทั้งสงสัยไปเสียทุกอย่างอันดังในตอนที่พวกเราเป็นเด็กน้อยหอยสังข์ที่โหวกเหวกก็ถามบิดาถามแม่ถามคนแก่ว่าวัวเป็นยังไง  นกเป็นอย่างไร  คนสวมแว่นในรูปนั้นกับคนหนวดจิ๋มในรูปนี้เป็นผู้ใดกันแน่  จำเป็นต้องเห็นด้วยชื่อจริงเองตามคนเรียก  เชื่อถือความศรัทธาตามครอบครัวทั้งที่ไม่เคยทราบว่าสิ้งพวกนั้นมันแปลว่าอะไร  ชื่อจริงจริงๆของนางเอกที่เจ้าตัวรู้สึกว่ามันน่าหัวเราะก็เลยจำเป็นต้องย่อเองเป็น จะกุ  (ซึ่งพวกเรารู้เรื่องว่าชื่อบิดาตั้งมันสะท้อนความนับถือของบิดานางเอกไม่ใฝ่ตาม) ซึ่งมีฟังก์ชั่นของมัน  ด้วยเหมือนกันกับชื่อ ทิปซี่(PK)(ในหนังแสดงว่า “เมา”) ของดารานำชายมนุษย์ดาวอื่นที่ได้มาจากคนบนโลกเรียกชื่อ  เว้นแต่มันจะมีผลให้มองเห็นถึงความไม่รู้เรื่องของคนเราต่างดาวแขกแล้ว  เวลาเดียวกันก็เหลียวกัดความคลั่งไคล้ของสังคม  ปัญหาที่คนถามดารานำชายมนุษย์ดาวอื่นว่าเมาหรือไม่? ถึงเซ่อซ่าไม่เคยทราบกฎข้อบังคับหรือวิถีความศรัทธา  ก็เลยใช้ได้สำหรับในการถามกลับอีกแง่หนึ่งว่าผู้ใดกันเมากันแน่? ระหว่างดารานำชายมนุษย์ดาวอื่นหรือมนุษย์โลกเหล่านี้ที่ทำมาหากินกับความเชื่อถือ
 
เป็นหนังมนุษย์ดาวอื่นที่มิได้กล่าวถึงวิทยาศาสตร์แม้กระทั้งหน่อยเดียวทั้งๆที่สร้อยจี๋รีโมทอันนั้นมันมีเสียงสัญญาณปิ๊บๆรวมทั้งวูบวาบเชิญให้คนสงสัยมากมายๆ ซึ่งถ้าหากไม่ถือว่าเป็นช่องโหว่มันก็สะท้อนรากฐานความนึกคิดความรู้สึกของผู้คนที่เลื่อมใสในความศรัทธากระทั่งไม่ลืมหูลืมตาที่จะเสนอคำถาม  หลายๆฉากมี Dilemma ที่สนับสนุน Subtext ให้พวยพุ่งออกมาได้ทรงประสิทธิภาพอย่างมากมาย  ทั้งยังเชิงความนึกคิดรวมทั้งอารมณ์ความรู้สึกของนักแสดง  ยกตัวอย่างเช่น ฉากไคลแม็กซ์รวมทั้งอีกหลายๆฉากที่ทำให้พวกเราร้องไห้  อย่างที่พูดว่าคนทำเฉลี่ยวฉลาดคิดแผนสำหรับเพื่อการลอมชอมหัวข้อสุดๆ พวกเราถูกใจการโกหกที่หนังเอามาใช้  ที่ดาวของทิปซี่(PK)ติดต่อสื่อสารกันด้วยการอ่านความนึกคิดทำให้ไม่มีการโกหก  การเชื่อถือเชื่อตามผู้ส่งสารของศาสนาและก็พระผู้เป็นเจ้าเพื่อเป็นที่พึ่งพิงด้านจิตใจแบบเอาหูไปที่นาเอาตาไปไร่ก็ไม่ได้แตกต่างมนุษย์เราที่พูดปดตนเองแล้วก็ผู้อื่นเพื่อความไม่รู้สึกกลุ้มใจ  ถูกใจมากมายๆที่หนังมิได้ทรีตให้การโป้ปดมดเท็จมีเพียงแค่ด้านเดียวเพื่อจู่โจมในหัวข้อที่ตั้งท่าเล่า  แม้กระนั้นยังให้ทิปซี่ที่เป็นตัวละครเปิดเผยเรื่องโกหกหลอกลวงทั้งสิ้นยังได้ทำความเข้าใจว่าการพูดปดช่วยแก้ไขความรู้สึกซึมเซาบางสิ่งได้จริง  มันเป็นการบรรจบเส้นเรื่องรักและก็หลักสำคัญของหนังได้ประนีประนอมแล้วก็ถูกต้องแม่นยำสุดๆ ซึ่งแนวทางการนี้ไม่ค่อยได่มองเห็นหนังเรื่องไหนที่บรรลุความสำเร็จกับการอะลุ่มอล่วยอารมณ์หนังที่ยังคงผลักหัวข้อไปได้ไกล   หลายๆครั้งการเสียดสีกระทบกระแทกแดกดันทำให้พวกเราระลึกถึงหนังเรื่อง  หม่อมแอนที่นา จุกนม มาค้างรอง โพนยางคำ รวมทั้งการเรียนรู้พื้นฐาน (รัชฏ์ภูเขาไม่ บุญสั่งการโชค, 2014) ที่รอมชอม(แล้ว?)แม้กระนั้นก็ยังถามตรงตอบตรงต่อยกลับแทนพวกเราทุกปริศนา  ความไม่รู้เรื่องของทิปซี่ทำให้พวกเราระลึกถึงนักแสดงของ Antonio Banderas ใน Automata (Gabe Ibáñez, 2014)  ที่ผู้แสดงพวกนี้มักเปิดทางว่างให้พวกเราทวนและก็ร่วมตอบปัญหาไปกับผู้แสดงด้วยตัวเราเองได้  แต่ว่าคนไม่น้อยชอบอยากได้คำตอบและยังรวมไปถึงอารมณ์สำเร็จรูปที่ถั่งโถมเข้ามาเลยก็ช่างเถอะ  ซึ่งหนังหัวข้อนี้ก็จัดจานราดซอสเสิร์ฟมาให้แบบอร่อยอยู่เช่นกัน
 
ถึงหนังจะตั้งปัญหาอย่างไม่อ้อมค้อมและก็เล่าผ่านบทพูดตรงๆเสียจำนวนมากซึ่งหนังโดยมากชอบเลี่ยง  แต่ว่าคนทำก็สามารถหาวิธีการเล่าให้มันไหลลื่นและก็เข้าถึงผู้ชมได้เพลินใจมากมายๆ ด้วยการเก็บเนื้อหาผู้คนสิ่งแวดล้อมสังคมบ้านเรือนตั้งแต่บรรพชิต  คนมั่งคั่ง  เจ้าหน้าที่รัฐ  สื่อข่าว  พ่อค้าแม่ขาย  ไปจนกระทั่งโสเภณี  ขอทานแล้วก็ลักขโมย  โดยที่พวกเราไม่เคยทราบสึกถึงความแตกต่างชนชั้นทางสังคมเว้นเสียแต่รูปลักษณ์แล้วก็เครื่องแต่งกายเยอะแค่ไหนเลยนี่ยอดมากๆ ถึงวัฒนธรรมไทยกับประเทศอินเดียจะต่างกันมากมายแม้กระนั้นหนังประเด็นนี้ชี้ให้เห็นว่าเหตุผลสำหรับเพื่อการเชื่อมันไม่มีความแตกต่างกันเลยพวกเราก็เลยเชื่อมโยงแล้วก็บันเทิงใจกับเรื่องราวได้อย่างสุดๆ พวกเราเข้าใจดีกันอยู่แล้วว่าอินเดียมีชนชั้นวรรณะรวมทั้งมีความเชื่อในพระผู้เป็นเจ้าแล้วก็ศาสนาแรงกล้าและก็นานาประการมากแค่ไหน  ในหนังปรากฏอีกทั้งศาสนสถาน  สถานที่ราชการ  สื่อที่ชื่อว่า India Now อย่างชัดเจน  ในความรู้สึกส่วนตัวของพวกเราก็มีหลายฉากที่เข้าเกณฑ์ดูถูกดูแคลนและก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการเช็ดกขว้างหินขว้างไข่ขว้างขี้มากมายๆ ทำให้สงสัยว่าฉากกลุ่มนี้มันเสร็จได้ด้วยแนวทางแบบไหนกัน  และก็สิ่งที่ไม่บางทีอาจปล่อยทิ้งที่จะยกย่องได้เป็นความกล้าของคนทำ และก็เมื่อมองจากรายได้หนังที่ทำสถิติเปิดตัวสูงสุดนิรันดรในประเทศอินเดียและก็อดที่จะปลาบปลื้มด้วยมิได้ที่คนภายในประเทศเปิดกว้างรับดูยอมรับฟังหนังที่มีทัศนคติที่ต่างจากสังคมที่เป็นอยู่  ทำให้อดไม่ได้ที่จะรำลึกถึงรายได้ของภาพยนตร์ไทยบางเรื่องที่คนภายในสยามประเทศห้อมล้อมกันเข้าไปมองทุกภาค  แตกต่างตรงที่ว่าหนังประเด็นนั้นเขาขี่ช้างจับตั๊กแตน  แม้กระนั้น PK เป็นหนังที่คนประเทศไทยทุกคนน่าจะได้ได้โอกาสมอง  และก็เป็นหนังในแบบที่ชาวไทยควรมีช่องทางได้คิดรวมทั้งได้ทำ  หากแม้มุกเปลี่ยนเงินอารมณ์เดียวกับในหนังประเด็นนี้จะยังแตะมิได้ก็ตาม
 
ข้างหลังหนังจบพวกเรายังมีปัญหาที่ยังค้างคาคงเหลืออยู่ว่า  หนังสือ PK จะเติบโตจนถึงแปลงเป็นพระหนังสือ How to เล่มใหม่สำหรับเพื่อการเป็นอิสระผูกมัดความนึกคิดความเชื่อถือของชาวอินเดียได้ขนาดไหนซึ่งน่าติดตามถัดมากๆ 
 
ปล. รวมฉากร้องไห้
 
– จะกุตามชายแก่ที่มาหลอกขอเงินทิปซี่ไปรวมทั้งรู้เรื่องรู้ราวจริง  ภาพสมัยก่อนของแฟนวัยแก่คู่นั้นมันทำให้พวกเราร้องไห้
 
– ทิปซี่หมดกำลังใจและก็พูดพร่ำกับรูปสักการนับไม่ถ้วน  สุดๆของความไม่รู้
 
– ฉากไคลแม็กซ์ที่นอกเหนือจากที่จะตื้นตันแล้วก็ยินดีในความรักของนางเอกกับชายหนุ่มต่างประเทศต่างศาสนาแล้ว  ฉากในสถานทูตก็ใบเสร็จรับเงินด์ความปลาบปลื้มปริ่มใจสุดๆ ด้วยนักแสดงบุคลากรสถานทูตที่แย่งซีนสุดๆ พวกเรายังคิดว่าทิปซี่แปลงเป็นเครื่องไม้เครื่องมือเต้าข่าวสารของนางเอกโดยบริบูรณ์แล้ว  จิตใจนึงก็รักอีกจิตใจนึงก็เจ็บ  โอยยยยยยยยย (T^T)
 
– ฉากจากลากัน  มนต์รักดูก่อนเซลล์ ^^
 
ปล.2 ไม่เคยทราบเขียนอะไรจำนวนมาก แต่ว่าตกลงว่า..ถูกใจชิบหายยยยย…

รีวิวหนัง Yesterday – เยสเตอร์เดย์

เรื่องย่อหนัง

หนัง Yesterday หรือชื่อไทยว่า เยสเตอร์เดย์ เมื่อวานนี้ ทุกคนรู้จัก #TheBeatles แม้กระนั้นวันนี้ มีเพียงแต่แจ็คเพียงแค่นั้นที่ยังจำเพลงของพวกเขาได้ ผู้กำกับรางวัลออสการ์ ดินแดนนี่ บอยล์ ผู้ครอบครองรางวัลออสการ์ ผนึกกำลังกับผู้เขียนบท ริชาร์ด เคอร์ตำหนิส (Love Actually, Notting Hill) ในรูปภาพยนตร์คอเมดี้เรื่องใหม่โดยเวิร์คกิ้ง ไทเทิล แสดงนำโดย ลิลี่ เจมส์ (Mamma Mia! Here We Go Again, Baby Driver), ฮิเมช พาเทล (BBC’s EastEnders, Damned) และก็ เคท แมคคินน่อน (TV’s Saturday Night Live, The Spy Who Dumped Me) YESTERDAY อำนวยการสร้างโดย ทิม บีแวน รวมทั้งเอริค เฟลล์เนอร์ จาก Working Title (Les Misérables, Darkest Hour, Bridget Jones’s series) ร่วมกับแมตต์ วิลคินสัน (Kaleidoscope) และก็เบอร์นี่ เบลลิว (Steve Jobs) โดยเคอร์ตำหนิส และก็บอยล์ ร่วมอำนวยการสร้าง ส่วน นิค แองเจิล รวมทั้งลี บราเซียร์ ดำเนินงานสร้าง


A struggling musician realizes heandapos;s the only person on Earth who can remember The Beatles.

วิภาควิจารณ์ หนัง

หนัง Yesterday หนังที่เล่าถึงหนุ่มน้อยนักเล่นดนตรีปกติ ที่เกิดเผชิญอุบัติเหตุโดนรถชนกลางทาง ตอนที่โลกกำลังเริ่มจะมีเรื่องผิดปกติอะไรบางอย่างเกิดขึ้น แล้วเพียงพอเขาฟื้นขึ้นมา ก็พบว่า เขาเป็นผู้เดียวในโลก ที่รู้จักวงในตำนานอย่าง The Beatles ภายหลังที่เล่นเพลง Yesterday แล้วไม่มีผู้ใดรู้จักเพลงนี้เลยสักคน แถมยังมีความคิดว่าเขาเป็นคนแต่งมันเองอีก และก็ดังนั้นเอง ทำให้เพลงของเขาดังเป็นดอกไม้เพลิงแตก จนถึงทำให้เขามีชื่อเสียงเป็นนักแสดงระดับนานาชาติ!!

แบบอย่าง https://1th.me/19Eh

Yesterday หนังของ ดินแดนนี่ บอยล์ ผู้กำกับผู้อยู่เบื้องหลัง 8 รางวัลออสการ์ ของเรื่อง Slumdog Millionaire แล้วก็มือเขียนบทหนังรัก ตำนานอย่าง Love Actually และก็ Notting Hill กับโครงเรื่องที่ว่า "จะเป็นเยี่ยงไรเมื่อคุณรู้สึกตัวจากอุบัติเหตุแล้วพบว่าเป็นผู้เดียวในโลกที่รู้จักเพลง เดอะบีเทิลส์" 
เพียงแค่พล๊อตเรื่อง ชื่อผู้กำกับ รวมทั้งมือเขียนบทเบอร์นี้ ก็ทำให้ตกลงใจไม่ยากที่จะเสียตังไปดูหนังหัวข้อนี้ ตั่งแม้กระนั้นตนปี แต่ว่าประเด็นนี้ก็เป็นอีกหัวข้อที่จำต้องเลื่อนฉายออกไป แม้กระนั้นในที่สุดก็ได้มอง

ข้างหลังมองจบ หนังรักหัวข้อนี้ สอบได้ทั้งยังในทางที่เป็นหนังโรแมนติก รวมทั้งการยกเพลงของวงเดอะบีเทิลส์ แม้กระนั้นผ่านในระดับที่มีความคิดว่า ผู้กำกับและก็เขียนบทสองคนนี้ คงจะออกมาสุดกว่านี้ได้ ราวกับประเด็นนี้ เป็นเพียงแค่ผลงานพักร้อน ทำในสิ่งที่ยากทำเฉยๆแต่ว่าถึงจะพูดว่าไม่สุด มันดีแล้วมากมายๆแล้ว จุดเด่นของหนังที่ถูกใจน่าจะเป็นส่วนของการยกความเป็นตำนานของวงเดอะบีเทิลส์ที่ด้วยแนวทางที่ดี แล้วก็ทำออกมาก้าวหน้าแบบสุดๆรวมทั้งจังหวะเซอไพร์ของหนัง งานดีไซด์ ภาพ งานเสียง ที่ทำให้ไม่มั่นใจถ้าหากเป็นผู้อื่นดูแล จะออกมาดีแบบงี้ไหม จุดอ่อนของหนังใหญ่ๆที่คิดได้เป็นหัวข้อนี้ เป็นหนังรักที่ไม่ค่อยมั่นใจว่ารักกัน และไม่ได้ต้องการเชียร์ให้เขารักกันเท่าใด มองเคมีไม่ค่อยเหมาะอย่างไรไม่รู้เรื่อง อีกอย่างเป็นเรื่องต่างๆที่ถูกสะสาง มันลบหลู่ดูหมิ่นแก้ไปแบบง่ายๆเกินความจำเป็น แต่ว่าทั้งปวงอีกทั้งมวนก็ยังรวมกันเป็นก้อน ที่เรียกมีความรู้สึกว่าดีรวมทั้งต้องการที่จะให้ไปดู